Header Ads

มารู้จัก 10 ฉายาใช้เรียกเมืองดังๆ ของโลก (เอาไว้คุยกับฝรั่งแก้อาการนกได้)

1. Paris

The City of Love, The City of Light  เมืองแห่งความรัก เมืองแห่งแสงไฟ
ที่เรียกอย่างนี้ก็เพราะกรุงปารีส เป็นสถานที่ยอดนิยมของคู่รักทั่วโลก ที่นิยมมาทริปดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์กันที่นี่ ปารีสมีร้านกาแฟ ร้านขายของน่ารักๆมากมายทั่วเมือง และยังเป็นสถานที่ ที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย ไม่แปลกที่จะได้ฉายาว่าอย่างนี้


2. New York

The Big Apple   แอปเปิ้ลลูกใหญ่
ที่มา ของชื่อ เริ่มลำดับมาตั้งแต่ ปี 1920 โน่น ที่มีนักคอลัมนิสต์ ของ New York Morning Telegraph ชือ John Fitzgerald เขียนคอลัมน์เกี่ยวกับ การแข่งขันม้าแข่ง เขียนคอลัมน์ "Around the Big Apple"  Apple ถูกอ้างถึงให้เป็นรางวัลในการแข่งขันม้าแข่ง  ปัจจุบัน หากใครไปนิวยอร์ก หากไปถนน W.54th ตัดกับ ถนน Broadway จะเป็น บริเวณ "Big Apple Corner" ซึ่ง John Fitzgerald เคยอยู่ที่นั้นถึง 30 ปี
พอมาปี 1930 มีนักดนตรีแจ๊ส ก็มีการพูดถึง "Big Apple" จนกระทั่งปี 1971 ที่ทางการของนครนิวยอร์ก เริ่มมาใช้อย่างจริงจัง โดยนำวลี นี้มารณรงค์ให้คนมาเที่ยวนิวยอร์กมากขึ้น โดยมีการนำเอาผลแอปเปิ้ลใบใหญ่สีแดงสด มาเป็นเป็นการรณรงค์ เลยเป็นทีมาของฉายานี้นั้นเอง


3. Beijing
The Forbidden City   เมืองต้องห้าม
จริงๆแล้ว ปักกิ่ง ไม่ใช่เมืองต้องห้าม แต่สถานที่ในกรุงปักกิ่งต่างหากที่เป็นเมืองต้องห้าม คือพระราชวังต้องห้าม เนื่องจากในสมัยก่อน ผู้ใดที่จะเข้าและออกพระราชวังต้องห้าม ต้องได้รับพระราชานุญาตจากจักดิ์พรรดิก่อนเท่านั้น


4. Bucharest
Little Paris      เมืองปารีสน้อย
เพราะสถาปัตยกรรม และสิ่งก่อสร้างล้วนๆ ทำให้ถูกเรียนว่า ปารีสน้อย เมืองบูคาเรสต์เป็นเมืองที่ยังคงเก็บกลิ่นอายรธรรมในอดีตไว้ราวกับหยุดเวลายุโรปไว้เมื่อ 550 ปีก่อน เพราะสถาปัตกรรมที่โดดเด่นและมีคุณค่ามากมาย หากต้องการไปสัมผัสปารีสน้อยๆ ก็สามารถไปเยือนเมืองบูคาเรสต์ ที่ประเทศโรมาเนีย กันได้


5. Singapore
The Lion City   เมืองสิงโต
เดิมทีแล้วประเทศ Singapore เขียนว่า Singapura (ภาษามลายู) ซึ่งประกอบด้วย Sing แปลว่าสิงโต และ Pura แปลว่าเมือง ซึ่งที่มาคือ ในศตวรรษที่ 13 เจ้าชายแสง นิลา อุตามา เดินทางออกมาแสวงหาสถานที่สำหรับสร้างเมืองใหม่ โดยมหาอุปราชได้เสนอให้ไปยังดินแดนเกาะเทมาเส็ก เมื่อใก้ถึงชายฝั่ง เกิดพายุกระหน่ำ และจำเป็นต้องทิ้งทุกอย่างลงทะเลเพื่อป้องกันเรืออัปปาง เมื่อพายุสงบลงเรือได้ไปจอยเทียบท่าอยู่บริเวณคลองสิงคโปร์ในปุจจุบัน ในขณะนั้น เจ้าชายแสง นิลา อุตามา ได้ทอดพระเนตรเห็นสิงโต อยู่บนฝั่ง จึงตัดสินใจสร้างเมืองที่นี่ และเปลี่ยนชื่อจากเทมาเส็ก มาเป็นSingapura ตั้งแต่นั้นมา


6. Milan
The Fashion Capital มหานครแฟชั่น
ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะมิลานเป็นเมืองที่มีอิทธิพลสำคัญเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่น การออกแบบ การผลิตและการค้าปลีกของผลิตภัณฑ์แฟชั่น ซึ่งมีอีเวนท์แฟชั่นมากมายทุกสัปดาห์ จึงไม่แปลกที่จะได้รับฉายาว่าเป็นมหานครแห่งแฟชั่นอย่างทรงพลัง


7. Sydney
The Harbour City  เมืองท่าเรือ
ซิดนีย์เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกว่าเป็นเมืองที่งดงาม และมีวิถีชีวิตที่คูล ชิล และสบาย มีแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำคือแม่น้ำที่ไหลผ่านเมือง พร้อมทั้งยังมีหาดทรายที่สวยงาม และเป็นท่าเรือที่มีมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอีกด้วย


8. London
The Square Mile   นครสี่เหลี่ยม
คำว่า "กรุงลอนดอน" ในอดีตหมายถึงขอบเขตกำแพงเมืองเก่า ซึ่งปัจจุบันเป็นพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจของกรุงลอนดอน มันครอบคลุมพื้นที่ประมาณหนึ่งตารางไมล์ล้อมรอบด้วยกำแพงและคูน้ำ (หรือคูเมือง) ซึ่งคูเมืองและกำแพงนั้นได้พังและหายไปหลายสิบปีที่ผ่านมา ทำให้เรียกกรุงลอนดอนในช่วงนั้นว่า "เดอะสแควร์ไมล์" นอกจากนี้สถาบันการเงินที่สำคัญและมีขนาดใหญ่ที่สุดในกรุงลอนดอนยังใช้ชื่อว่า "เดอะสแควร์ไมล์" อีกด้วย


10. Rome
The Eternal City   เมืองนิรันดร
โรมเรียกว่านิรันดรเพราะชาวโรมันโบราณเชื่อว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับโลก หรือใครก็ตามที่ต้องการล้มกรุงโรม ก็ไม่มีทางทำให้บรรลุผลได้ แม้ว่าวันนี้กรุงโรงจะล่มสลายไปแล้ว แต่โรมในปัจจุบันเป็นเมือง เป็นสถานที่ที่คนนิยมเดินทางไปมาที่สุด แห่งหนึ่งของโลก ตอกย้ำวความเป็น เมืองนิรันดรได้อย่างสมบูรณ์


ไม่มีความคิดเห็น

ขับเคลื่อนโดย Blogger.